พระสีวลี กรุวังบัว เนื้อชินเขียว เป็นพระกรุโบราณที่ได้รับการยอมรับและเป็นที่เสาะแสวงหาอย่างยิ่งในหมู่นักสะสมพระเครื่อง โดยสันนิษฐานว่ามีการจัดสร้างขึ้นในราวปีพุทธศักราช 2325 ซึ่งตรงกับยุคต้นแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ควบคู่กับช่วงปลายของอารยธรรมอยุธยา พระกรุนี้ถูกค้นพบภายในบริเวณวัดวังบัว จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งเป็นเมืองหน้าด่านโบราณที่มีประวัติศาสตร์และชื่อเสียงด้านการสืบทอดพุทธาคมมาอย่างยาวนาน การขุดพบพระพุทธศิลป์พิมพ์พระสีวลีในกรุนี้ ถือเป็นหลักฐานสำคัญที่สะท้อนถึงความเชื่อของคนโบราณที่มุ่งเน้นการสร้างพระเครื่องเพื่อสืบทอดอายุพระพุทธศาสนาและฝากกระแสแห่งความอุดมสมบูรณ์ไว้ในแผ่นดิน
ลักษณะทางกายภาพที่โดดเด่นของพระกรุนี้คือการใช้มวลสารเนื้อชินเขียว ซึ่งเป็นโลหะผสมประเภทหนึ่งที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวสูงมาก เมื่อองค์พระผ่านการฝังตัวอยู่ใต้กรุพระเจดีย์และต้องเผชิญกับความชื้นรวมถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมเป็นเวลานานนับร้อยปี ผิวพรรณภายนอกจะปรากฏปฏิกิริยาตามธรรมชาติที่เรียกว่า "ไขแมงดา" สลับกับรอยปานดำสลักเสลาอยู่บนพื้นผิว ร่องรอยความเก่าคร่ำเหล่านี้ไม่เพียงแต่เป็นจุดสำคัญในการพิจารณาความแท้ทางวิทยาศาสตร์ แต่ยังแฝงไว้ด้วยความเข้มขลังคลาสสิกที่งดงามตามกาลเวลา ทำให้พระสีวลีกรุนี้มีเสน่ห์ทางพุทธศิลป์ที่น่าหลงใหล
ด้านพิธีกรรมการปลุกเสกตามจารีตดั้งเดิม แม้จะมิได้มีการบันทึกรายนามของพระเถราจารย์ผู้จัดสร้างไว้อย่างชัดเจนเนื่องด้วยเป็นพระยุคเก่า แต่ตามโบราณประเพณีในการสร้างพระบรรจุกรุในเมืองเพชรบุรี ย่อมต้องเกิดจากการรวมตัวของพระมหาเถระและเกจิอาจารย์ผู้ทรงอภิญญาและวิทยาคมชั้นสูงในยุคนั้น มาร่วมกันเจริญพระพุทธมนต์และอธิษฐานจิตประจุพุทธาคมอย่างยิ่งใหญ่ โดยมุ่งเน้นการเดินกระแสจิตเพื่อหนุนธาตุให้องค์พระมีพลังงานศักดิ์สิทธิ์ที่คงทนและแผ่บารมีคุ้มครองผู้ที่มาพบเจอในอนาคต
อานุภาพของพระสีวลีกรุวังบัว เนื้อชินเขียว ได้รับการเล่าขานสืบต่อกันมาอย่างยาวนานว่าเด่นล้ำเป็นเลิศในด้านโชคลาภ มหาโภคทรัพย์ และเมตตามหานิยมขั้นสูง สมกับนามของพระสีวลีผู้เป็นพระอรหันต์แห่งโชคลาภตามตำนานพุทธประวัติ ผู้ที่ได้ครอบครองบูชามักประสบความเจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงาน มีความคล่องตัวในการทำมาหากินและการค้าขาย เงินทองไหลมาเทียมมาไม่ติดขัด อีกทั้งยังมีพุทธคุณคอยหนุนนำชะตาชีวิตให้รอดพ้นจากความยากลำบาก ป้องกันภยันตราย และอำนวยความร่มเย็นเป็นสุขในชีวิตได้อย่างอัศจรรย์
ลักษณะทางกายภาพที่โดดเด่นของพระกรุนี้คือการใช้มวลสารเนื้อชินเขียว ซึ่งเป็นโลหะผสมประเภทหนึ่งที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวสูงมาก เมื่อองค์พระผ่านการฝังตัวอยู่ใต้กรุพระเจดีย์และต้องเผชิญกับความชื้นรวมถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมเป็นเวลานานนับร้อยปี ผิวพรรณภายนอกจะปรากฏปฏิกิริยาตามธรรมชาติที่เรียกว่า "ไขแมงดา" สลับกับรอยปานดำสลักเสลาอยู่บนพื้นผิว ร่องรอยความเก่าคร่ำเหล่านี้ไม่เพียงแต่เป็นจุดสำคัญในการพิจารณาความแท้ทางวิทยาศาสตร์ แต่ยังแฝงไว้ด้วยความเข้มขลังคลาสสิกที่งดงามตามกาลเวลา ทำให้พระสีวลีกรุนี้มีเสน่ห์ทางพุทธศิลป์ที่น่าหลงใหล
ด้านพิธีกรรมการปลุกเสกตามจารีตดั้งเดิม แม้จะมิได้มีการบันทึกรายนามของพระเถราจารย์ผู้จัดสร้างไว้อย่างชัดเจนเนื่องด้วยเป็นพระยุคเก่า แต่ตามโบราณประเพณีในการสร้างพระบรรจุกรุในเมืองเพชรบุรี ย่อมต้องเกิดจากการรวมตัวของพระมหาเถระและเกจิอาจารย์ผู้ทรงอภิญญาและวิทยาคมชั้นสูงในยุคนั้น มาร่วมกันเจริญพระพุทธมนต์และอธิษฐานจิตประจุพุทธาคมอย่างยิ่งใหญ่ โดยมุ่งเน้นการเดินกระแสจิตเพื่อหนุนธาตุให้องค์พระมีพลังงานศักดิ์สิทธิ์ที่คงทนและแผ่บารมีคุ้มครองผู้ที่มาพบเจอในอนาคต
อานุภาพของพระสีวลีกรุวังบัว เนื้อชินเขียว ได้รับการเล่าขานสืบต่อกันมาอย่างยาวนานว่าเด่นล้ำเป็นเลิศในด้านโชคลาภ มหาโภคทรัพย์ และเมตตามหานิยมขั้นสูง สมกับนามของพระสีวลีผู้เป็นพระอรหันต์แห่งโชคลาภตามตำนานพุทธประวัติ ผู้ที่ได้ครอบครองบูชามักประสบความเจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงาน มีความคล่องตัวในการทำมาหากินและการค้าขาย เงินทองไหลมาเทียมมาไม่ติดขัด อีกทั้งยังมีพุทธคุณคอยหนุนนำชะตาชีวิตให้รอดพ้นจากความยากลำบาก ป้องกันภยันตราย และอำนวยความร่มเย็นเป็นสุขในชีวิตได้อย่างอัศจรรย์